วันนี้เราจะมาพูดถึงน้องเหงือกกันนะขอรับจริงๆแล้วปัญหาเรื่องโรคเหงือกนี้เกิดขึ้นกับพวกเราทุกคน แต่ระดับมากน้อยแตกต่างกัน ขึ้นกับความใส่ใจดูแล การแปรงฟัน และการมาพบทันตแพทย์ภาพวันนี้อาจจะดูโหดร้ายหน่อยนะขอรับ แต่เพื่ออรรถรสในการรับข้อมูล คึๆๆ
จะรู้ได้อย่างไรว่าเราเป็นโรคเหงือก
- เหงือกแดง บวม และเปื่อย- อาการเลือดออกขณะแปรงฟัน หรือใช้ไหมขัดฟัน
- ฟันดูมีความยาวมากขึ้น เนื่องจากเหงือกร่ลงมา
- เหงือกที่แยกออกมาไม่แนบสนิทกับฟันจนทำให้เกิดเป็นโพรงขึ้นมา
- เมื่อเคี้ยวอาหารแล้วฟันไม่สบฟันกันเหมือนเดิม
- มีหนองไหลออกมาจากบริเวณฟันและเหงือก
- มีกลิ่นปาก และมีรสชาติแย่ ในปากอยู่ตลอดเวลา
โรคเหงือกแบ่งเป็นสามระดับ (ดูตามรูปนะขอรับ)
- รูปที่ 1 เหงือกปกติ- รูปที่ 2 เหงือกอักเสบ เป็นระดับแรกของโรคเหงือก ในระดับนี้ เราอาจสังเกตว่ามีเลือดออกขณะแปรงฟันหรือขณะใช้ไหมขัดฟัน อย่างไรก็ตาม ปัญหานี้สามารถแก้ไขได้ เนื่องจากกระดูกและเนื้อเยื่อยึดต่อที่ยึดฟันไว้ยังไม่ได้รับผลกระทบ
- รูปที่ 3 ปริทันต์อักเสบ ระยะนี้ กระดูกและเส้นใยรองรับที่ยึดฟันของเราไว้ได้รับความเสียหายอย่างถาวร เหงือกของเราอาจจะเริ่มมีร่องลึกที่ใต้ร่องเหงือก ซึ่งเป็นแหล่งสะสมเศษอาหารและคราบพลัค การบำบัดทางทันตกรรมอย่างถูกวิธีและการดูแลอย่างถูกต้องที่บ้าน โดยปกติแล้วจะสามารถช่วยป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายเพิ่มเติม
- รูปที่ 4 ปริทันต์อักเสบรุนแรง ระยะสุดท้ายนี้ของโรคเหงือก เส้นใยและกระดูกที่รองรับฟันของเราถูกทำลาย ซึ่งสามารถเป็นเหตุให้ฟันของเราโยกหรือหลวม ภาวะเช่นนี้อาจจะส่งผลต่อการเคี้ยวอาหารของคุณ ถ้าทำการรักษาอย่างเต็มที่แล้ว แต่ยังไม่สามารถยับยั้งได้ อาจจะต้องถอนฟันออก
คำถามจากทางบ้าน "แล้วข้าน้อยจะรักษาโรคเหงือกได้อย่างไร"
ในระยะแรก โรคเหงือกสามารถรักษาให้หายได้ ด้วยการแปรงฟันที่ถูกต้องและการใช้ไหมขัดฟัน สุขภาพช่องปากที่ดีจะช่วยป้องกันการก่อตัวของคราบพลัคการทำความสะอาดฟันโดยทันตแพทย์เป็นทางเดียวที่จะขจัดคราบพลัคที่สะสมขึ้นและเกาะแน่นเป็น"หินปูน"
การหมั่นตรวจเช็คสภาพฟันอย่างสม่ำเสมอ จะทำให้สามารถรักษาโรคเหงือกได้ ก่อนที่อาการจะลุกลามจนใหญ่โต ถ้าคุณมีอาการของโรคเหงือกที่รุนแรง ก็จำเป็นต้องได้รับการรักษาจากทันตแพทย์
ขอบคุณข้อมูลจาก
http://www.colgateprofessional.co.th/patienteducation
ขอบคุณรูปภาพจาก Ethnic Health

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น