วันพฤหัสบดีที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2559

แปรงฟันกันเถอะๆ ไม่แปรงไม่ได้น้า


เรามาพูดถึง "การแปรงฟันที่ถูกวิธี" 

โดยละเอียดกันดีกว่านะขอรับ

วิธีการแปรงฟันแบบ "ขยับปัด" (Modified Bass technique)

ดูภาพแล้วปฏิบัติตามนะขอรับ
1.  การวางแปรง ต้องวางเอียงประมาณ45องศา ปลายขนแปรงอยู่บริเวณขอบเหงือกและคอฟัน (ดังภาพหมายเลข 1)
2.  ขยับแปรงไปมาสั้นๆมนแนวนอน ทีละ 2-3 ซี่  ขยับประมาณ 10 ครั้ง (ดังภาพหมายเลข 2)
3.  ปัดขนแปรงในแนวตั้งไปทางปลายฟัน (ดังภาพหมายเลข 3)
4.  ในฟันหน้า ด้านลิ้นหรือด้านเพดาน ให้แปรงขึ้นลงประมาณ 10 ครั้ง (ดังภาพหมายเลข 4)
5.  ด้านบดเคี้ยวให้ถูไปมาประมาณ 5 ครั้ง ให้ทั่ว (ดังภาพหมายเลข 5)


ที่สำคัญคือ ต้องแปรงให้ครบทุกด้าน เพื่อไม่ให้งงว่าแปรงด้านใดไปแล้ว ควรแปรงอย่างเป็นระบบ เช่น
- เริ่มจากฟันบนขวาด้านแก้ม ไล่ไปจนสุดด้านซ้าย
- ต่อมาเป็นฟันบนขวาด้านเพดาน ไล่ไปจนสุดด้านซ้าย
- ฟันล่างขวาด้านแก้ม ไล่ไปจนสุดด้านซ้าย
- ฟันล่างขวาด้านลิ้น ไล่ไปจนสุดด้านซ้าน
เป็นต้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความถนัดของแต่ละบุคคล

หมายเหตุ

-  วิธีนี้เหมาะกับผู้ใหญ่ที่สามารถใช้มือได้คล่อง
-  ใช้ร่วมกับแปรงสีฟันขนนุ่ม
-  ใช้ร่วมกับยาสีฟันแบบเจลหรือครีม ไม่ควรใช้ยาสีฟันแบบผงหยาบ
-  ควรแปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง เช้าและก่อนนอน

เพียงเท่านี้เราก็จะมีฟันที่สะอาด  ปราศจากฟันผุและโรคเหงือก :)




วันศุกร์ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2559

กิน "ปิ้งย่าง" ได้อะไรเป็นของแถม


          อาหารยอดนิยมของคนไทยที่พบเห็นได้อยู่แทบทุกตรอกซอกซอย เห็นจะไม่มีอะไรแซง "ข้าวเหนียวหมูปิ้ง"  ส่งกลิ่นหอมควันโชยจากเตาปิ้งพร้อมเสียงประกอบเมื่อไขมันจากหมูปิ้งหยดลงบนถ่านแดงร้อนระอุ ใบรับประกันความอร่อยวัดจากจำนวนคนที่ยืนน้ำลายสอรอคิวอยู่หน้าเตาปิ้ง ขยับระดับอาหารขึ้นไปในระดับไฮโซ หนึ่งในอาหารยอดนิยมในกลุ่มมนุษย์กินเนื้อ ยังคงเป็น สเต็กเนื้อย่างเตาถ่าน มีกลิ่น ควัน และเสียงประกอบคล้ายคลึงกัน 😀


ตัดกลับมาสู่โลกของสุขภาพ นอกจากปริมาณคอเลสเตอรอลที่เพิ่มมากขึ้น เราจะได้อะไรเป็นของแถมอีก ขอแนะนำของแถมกันก่อน
ของแถมที่จะแนะนำ เป็น สารประกอบที่เรียกว่า เบนโซ(เอ)ไพรีน (Benzo(a)pyrene) จัดอยู่ในกลุ่ม โพลีซัยคลิก อโรมาติก ไฮโดรคาร์บอน (Polycyclic aromatic hydrocarbon, PAH) และเป็นหนึ่งในสารก่อมะเร็งที่แรงที่สุดในกลุ่มนี้  

ปรุงอาหารแบบไหนมีของแถมมากน้อย อันตรายหรือไม่
พบว่าการรับประทานอาหารหลายชนิด เช่น อาหารปิ้งย่าง ในปริมาณสูง เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งที่อวัยวะหลายแห่ง เช่น กระเพาะอาหาร หลอดอาหาร เป็นต้น
ดูรายกาของแถมได้ตามตารางต่อไปนี้
เมื่อพิจารณาตัวเลขในตาราง จะเห็นได้ว่า ตัวอย่างที่ชัดเจน คือ สเต็ก (เนื้อ) ซึ่งการปรุงโดยการอบในเตาอบ หรือการทอดในกระทะ ดูจะปลอดภัยกว่าการปิ้ง/ย่าง มาก   ตัวเลขปริมาณของแถมสูงที่สุดเมื่อนำ สเต็กไปปิ้งหรือย่าง ให้สุกมาก เกรียมมาก  คือ มีปริมาณ เบนโซ(เอ)ไพรีน สูงถึง 544 นาโนกรัม ต่อ สเต็ก 1 ชิ้น   ดังนั้นก่อนสั่งสเต็กคราวหน้า โปรดใช้สมองตรองดูก่อนนะขอรับ
ถ้าดูแลสุขภาพฟันดีแล้ว  อย่าลืมดูแลสุขภาพร่างกายด้วยนะขอรับ  "ฟันดีก็ใช่ว่าจะกินได้ไม่เลือกนะ " 😆

ขอบคุณเนื้อหาจาก http://www.thaihealth.or.th/
ขอบคุณรูปภาพจาก http://www.google.com/

ฟันปลอมเถื่อน


ถ้ามีพ่อ แม่ ญาติพี่น้อง ปู่ ย่า ตา ยาย เคยไปใช้บริการบุคคลที่มาทำฟันปลอมให้ถึงที่บ้าน
นั่นไม่ใช่ทันตแพทย์นะครับ ใครก็ไม่รู้ววววว
และสิ่งที่ทำไปเรียกว่า "ฟันปลอมเถื่อน"


ข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
ภก.ประพนธ์  อางตระกูล รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา และ โฆษก อย. เปิดเผยว่า 
ในปัจจุบันพบว่ามี ประชาชนบางส่วนไปรับบริการทำฟันปลอมเถื่อน ตามตลาดนัด แผงลอยริมถนน และ ห้างสรรพสินค้า ที่อยู่ในกรุงเทพฯ และ ต่างจังหวัด โดยเห็นว่ามีราคาถูก และสะดวก รวดเร็ว สามารถรอรับฟันปลอมได้ทันที แต่การใช้บริการรับทำฟันปลอมเถื่อนเหล่านี้อาจเกิด การติดเชื้อหรือการเกิดโรคในช่องปาก เนื่องจากสถานที่ทำฟันปลอมเถื่อน เป็นสถานพยาบาลที่ไม่ได้รับอนุญาต จากกระทรวงสาธารณสุข สถานที่มักไม่สะอาดตามสุขอนามัยที่ดี เครื่องมือที่ใช้อาจไม่ได้มาตรฐาน ไม่มีขั้นตอนการฆ่าเชื้อก่อนและหลังการใช้งานในผู้รับบริการแต่ละคน อีกทั้งผู้ให้บริการไม่ใช่ทันตแพทย์ จึงขาดความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะ และไม่ทราบขั้นตอนรวมถึงวิธีการในการทำฟันปลอมที่ถูกต้อง รวมทั้งเครื่องมือที่ใช้ในการทำฟันปลอมไม่เหมาะสม มักจะเป็นเครื่องมือแพทย์ที่ไม่ได้มาตรฐาน ไม่สะอาด ไม่ได้รับการฆ่าเชื้อที่ถูกต้อง ส่งผลให้เกิดการติดเชื้อกับอวัยวะในช่องปาก   
อันตรายที่อาจเกิดจากการทำฟันปลอมเถื่อนมีหลายรูปแบบ เช่น การออกแบบฟันที่ไม่เหมาะสม ส่งผลต่อฟันซี่ใดซี่หนึ่งรับน้ำหนักมากเกินไป ทำให้ฟันซี่ที่แข็งแรงกลายเป็นฟันที่อ่อนแอ เกิดการโยก สึก กร่อน และหัก รวมทั้งอาจเกิดการสบฟันที่ผิดปกติ เกิดแผลจากการสบของฟันบริเวณลิ้นหรือกระพุ้งแก้ม และลุกลามกลายเป็นแผลเรื้อรัง ทั้งนี้การใส่ฟันปลอมโดยไม่เตรียมช่องปากที่ถูกต้องเหมาะสมตามหลักทันตกรรม เช่น ไม่อุดฟันซี่ที่ผุ ขูดหินปูน รักษารากฟัน หรือถอนฟันซี่ที่ไม่สามารถเก็บรักษาไว้ เมื่อเกิด ปัญหาหลังการทำแล้ว การแก้ไขให้กลับมาเป็นปกติจะเป็นไปด้วยความลำบาก

ทั้งนี้ หากผู้บริโภคพบเห็นผลิตภัณฑ์สุขภาพผิดกฎหมาย หรือหากได้รับอันตรายจากการใช้ผลิตภัณฑ์ สุขภาพ สามารถสอบถามหรือร้องเรียนได้ที่สายด่วน อย.1556 หรือEmail:1556@fda.moph.go.th หรือ ตู้ปณ.1556 ปณฝ.กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี 11004 หรือผ่านทาง Oryor Smart Application หรือ ส านักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ

ถ้าได้อ่านจนจบก็จะรู้ว่ามันไม่คุ้มค่าที่จะไปทำเลยนะขอรับ
คุณหมอของเราเคยเล่าว่า รื้อฟันปลอมเถื่อนให้คนไข้แต่ละครั้งนี่ทั้งสงสารตัวเองและสงสารคนไข้ เพราะมันทั้งเน่า และเน่า และเน่า 😱


โอ้วว เหงือกของฉัน



วันนี้เราจะมาพูดถึงน้องเหงือกกันนะขอรับจริงๆแล้วปัญหาเรื่องโรคเหงือกนี้เกิดขึ้นกับพวกเราทุกคน แต่ระดับมากน้อยแตกต่างกัน ขึ้นกับความใส่ใจดูแล การแปรงฟัน และการมาพบทันตแพทย์ภาพวันนี้อาจจะดูโหดร้ายหน่อยนะขอรับ แต่เพื่ออรรถรสในการรับข้อมูล คึๆๆ


จะรู้ได้อย่างไรว่าเราเป็นโรคเหงือก

-  เหงือกแดง บวม และเปื่อย
-  อาการเลือดออกขณะแปรงฟัน หรือใช้ไหมขัดฟัน
-  ฟันดูมีความยาวมากขึ้น เนื่องจากเหงือกร่ลงมา
-  เหงือกที่แยกออกมาไม่แนบสนิทกับฟันจนทำให้เกิดเป็นโพรงขึ้นมา
-  เมื่อเคี้ยวอาหารแล้วฟันไม่สบฟันกันเหมือนเดิม
-  มีหนองไหลออกมาจากบริเวณฟันและเหงือก
-  มีกลิ่นปาก และมีรสชาติแย่ ในปากอยู่ตลอดเวลา


โรคเหงือกแบ่งเป็นสามระดับ (ดูตามรูปนะขอรับ)

-  รูปที่ 1  เหงือกปกติ
-  รูปที่ 2  เหงือกอักเสบ  เป็นระดับแรกของโรคเหงือก ในระดับนี้ เราอาจสังเกตว่ามีเลือดออกขณะแปรงฟันหรือขณะใช้ไหมขัดฟัน อย่างไรก็ตาม ปัญหานี้สามารถแก้ไขได้ เนื่องจากกระดูกและเนื้อเยื่อยึดต่อที่ยึดฟันไว้ยังไม่ได้รับผลกระทบ
-  รูปที่ 3  ปริทันต์อักเสบ  ระยะนี้ กระดูกและเส้นใยรองรับที่ยึดฟันของเราไว้ได้รับความเสียหายอย่างถาวร  เหงือกของเราอาจจะเริ่มมีร่องลึกที่ใต้ร่องเหงือก ซึ่งเป็นแหล่งสะสมเศษอาหารและคราบพลัค การบำบัดทางทันตกรรมอย่างถูกวิธีและการดูแลอย่างถูกต้องที่บ้าน โดยปกติแล้วจะสามารถช่วยป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายเพิ่มเติม
-  รูปที่ 4  ปริทันต์อักเสบรุนแรง  ระยะสุดท้ายนี้ของโรคเหงือก เส้นใยและกระดูกที่รองรับฟันของเราถูกทำลาย ซึ่งสามารถเป็นเหตุให้ฟันของเราโยกหรือหลวม ภาวะเช่นนี้อาจจะส่งผลต่อการเคี้ยวอาหารของคุณ ถ้าทำการรักษาอย่างเต็มที่แล้ว แต่ยังไม่สามารถยับยั้งได้ อาจจะต้องถอนฟันออก


คำถามจากทางบ้าน "แล้วข้าน้อยจะรักษาโรคเหงือกได้อย่างไร"

ในระยะแรก โรคเหงือกสามารถรักษาให้หายได้ ด้วยการแปรงฟันที่ถูกต้องและการใช้ไหมขัดฟัน สุขภาพช่องปากที่ดีจะช่วยป้องกันการก่อตัวของคราบพลัค
การทำความสะอาดฟันโดยทันตแพทย์เป็นทางเดียวที่จะขจัดคราบพลัคที่สะสมขึ้นและเกาะแน่นเป็น"หินปูน"

การหมั่นตรวจเช็คสภาพฟันอย่างสม่ำเสมอ จะทำให้สามารถรักษาโรคเหงือกได้ ก่อนที่อาการจะลุกลามจนใหญ่โต ถ้าคุณมีอาการของโรคเหงือกที่รุนแรง ก็จำเป็นต้องได้รับการรักษาจากทันตแพทย์

ขอบคุณข้อมูลจาก  
http://www.colgateprofessional.co.th/patienteducation
ขอบคุณรูปภาพจาก  Ethnic Health

My ฟัน


มารู้จักน้องฟันของเรากันคร่าวๆกันดีกว่า
เอาไว้ประดับความรู้ โดยกระผมจะอธิบายเฉพาะส่วนที่สำคัญนะขอรับ



ดูตามในรูปเลยนะขอรับ
  • Enamel และ Dentin (ในรูปอยู่ฝั่งขวาบน) คือ เนื้อฟันของเรา ที่เวลามองฟันจะเห็นส่วนนี้แหละขอรับ ขาวบ้าง เหลืองบ้าง
  • Pulp cavity (ในรูปอยู่ฝั่งขวากลาง) คือ โพรงประสาทฟัน จะมีเหล่าเส้นประสาทและเส้นเลือดอัดกันอยู่เยอะ นี่แหละทำให้ฟันของเราสามารถรับรู้ความรู้สึกเย็น เสียวได้
  • Nerve & Blood supply (ในรูปอยู่ด้านล่างสุด) คือ เส้นประสาทและเส้นเลือดที่มาจากร่างกายของเรา เชื่อมต่อเข้าไปในฟันเป็น โพรงประสาทฟัน
  • Gum tissue และ Periodontal ligament (ในรูปเป็นสีส้ม) คือ เหงือก ที่จะห่อหุ้มฟันของเราทุกซี่ และภายใต้เหงือกของเราก็จะเป็นกระดูก
  • Jaw bone (พื้นด้านล่างทั้งหมด) คือ กระดูก ที่รองรับฟันของเราทุกซี่
ด้วยส่วนประกอบเหล่านี้ทำให้เรารู้ว่า ฟันแต่ละซี่นั้นถือว่ามีชีวิต เราจึงต้องดูแลสุขภาพฟันของเราให้ดี เช่นเดียวกับดูแลสุขภาพร่างกาย

แต่ถ้าหากพวกเราไม่ดูแลสุขภาพฟัน แล้วมันจะเป็นเช่นไร???


ดูตามในรูปเลยนะขอรับ
  • Cavity หรือ ฟันผุ จากรูปจะเห็นว่ามันกินเนื้อฟันของเรา หากปล่อยให้มันกินจนไปถึงโพรงประสาทฟัน จะทำให้เราปวดฟัน (อ่านเพิ่มได้ที่ https://goo.gl/oW92N0) หากการติดเชื้อลุกลามไปถึงส่วนปลายรากที่มี nerve&blood supply จะเกิดเป็นหนองขึ้น (Abscess)
  • เหงือกอักเสบ จากหินปูนและคราบพลัค (Plaque สีฟ้าอ่อนรอบๆฟัน) จะทำให้เหงือกของเราอักเสบ บวมแดง มีเลือดไหล (อ่านเพิ่มได้ที่ https://goo.gl/BUrI0a)
ดังนั้นหากไม่อยากให้ฟันของเรามีปัญหาเหล่านี้ต้องหมั่นดูแลสุขภาพฟันและช่องปากของเราให้ดีนะขอรับ
และควรมาตรวจช่องปากกับทันตแพทย์เป็นประจำอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

ขอบคุณภาพจาก rachelignotofsky.tumblr.com



วันพฤหัสบดีที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2559

โอ้ยยยย ปวดฟันจัง

ตอนนี้ปวดฟันกินข้าวไม่ได้เลย 😭 ทำไมมีหนองออกมาจากเหงือกด้วยอ่า 😱 เคยปวดมากกก แต่ตอนนี้ไม่ปวดแล้ว แต่ฟันเหลือแต่ตอเอง 😐 ทำยังไงดี ช่วยด้วยยยยยยยยยย 😭😭😭


➨ สาเหตุ

หลายคำบอกเล่าหรือคำบ่นที่พวกเราบางคนอาจจะเคยพบเจอ
เหตุการณ์เหล่านี้โดยส่วนใหญ่มักเกิดจากฟันประสบอุบติเหตุ หรือสาเหตุที่เกิดบ่อยที่สุดคือการที่ปล่อยให้ฟันผุมากจนไปถึงส่วนของโพรงประสาทฟัน ทำให้โพรงประสาทฟันเกิดการติดเชื้อจากเชื้อโรคที่มากับฟันผุนั่นเอง จากนั้นก็เกิดการอักเสบและเกิดอาการปวดตามมา สุดท้ายฟันก็จะตายและมีหนองตามมา โดยคนส่วนใหญ่มักไม่มาหาหมอฟัน จะมาหาก็เมื่อปวดฟัน ซึ่งตอนนั้นก็ไม่สามารถอุดฟันตามปกติได้แล้ว


📌 ตัวอย่างจากรูป

กรณีฟันตาย สาเหตุไม่ได้มาจากฟันผุแต่อาจเกิดจากการประสบอุบัติเหตุ และทิ้งไว้โดยไม่รักษา ทำให้เกิดเป็นถุงหนองอยู่ปลายรากฟันซี่นั้น(ในวงกลมสีแดงคือถุงหนองที่เห็นผ่านภาพถ่ายx-ray ซึ่งมันมีการทำลายปลายรากฟันและกระดูกรอบๆปลายรากฟัน สำหรับเคสนี้เคสนี้มีความจำเป็นต้องถอนฟันเพื่อการจัดฟัน จะพบว่าเมื่อถอนฟันแล้ว ได้ทำการควักถุงหนองออกมา(ลูกศรสีน้ำเงิน) มีขนาดใกล้เคียงกับภาพถ่าย x-ray)

✅ วิธีการรักษา

รักษารากฟัน (Root canal treatment) แต่หากคุณหมอประเมินแล้วว่าไม่สามารถรักษาฟันซี่นั้นไว้ได้แล้ว หรือเปอร์เซนต์ความสำเร็จจากการรักษารากฟันต่ำ หรือประเมินความคุ้มค่าจากการรักษารากฟันและต้องทำครอบฟันต่อแล้วไม่คุ้มค่า อาจจำเป็นต้องถอนฟันซี่นั้นทิ้งไป แล้ววางแผนการรักษาด้วยวิธีอื่นต่อไป (จะพูดถึงในบทความเกี่ยวการ การวางแผนการรักษาสำหรับผู้ป่วยที่ไม่มีฟัน)

ถุงหนองนี้หากไม่ได้รับการรักษาจะมีการขยายขนาดขึ้น และกัดกินกระดูกและฟันไปเป็นบริเวณกว้าง อีกทั้งยังสามารถลามไปฟันซี่ข้างเคียง ทำให้ฟันซี่ข้างเคียงติดเชื้อและเกิดปัญหาตามมาอีกได้

ดังนั้นเราควรตรวจฟันเป็นประจำอย่างน้อยปีละ 1 ครั้งนะขอรับ